เอติฮัดกริบ! เรือสุดช็อคโดนเบิร์นลีย์ไล่ตีเจ๊า 2-2

เอติฮัดกริบ!

 

เรือใบสีฟ้า สุดช็อคเมื่อถูก เบิร์นลีย์ ไล่ตีเสมอ 2-2 ทั้งที่ครึ่งแรก  เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนถึงสองประตู

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนี้ยังคงใช้ เจมส์ มิลเนอร์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าต่ออีกหนึ่งนัด เนื่องจากทั้ง เซร์คิโอ อเกวโร, อเดิน เซโก้ และ สเตฟาน โยเวติช ยังมีอาการบาดเจ็บ ขณะที่เบิร์นลีย์ผู้มาเยือนนผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนามครบครัน

เริ่มเกมก็เป็เจ้าถิ่นที่พยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที ขณะที่ทีมเยือนถอยลงไปตั้งรับเกือบทั้งทีม โดยอาศัยจังหวะโดยนยาวเป็นการโต้กลับ

นาทีที่ 18 เบิร์นลีย์เกือบช็อคกองเชียร์เจ้าถิ่นเมื่อ มาร์นีย์ ได้สับไกยิงเต็มข้อจากนอกกรอบยังดีที่ โจ ฮาร์ท ยืนตำแหน่งดีรับไม่พลาด

GOAL!! นาทีที่ 22 แมนฯซิตี้ ก็ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ เฆซุต นาบาส หลุดขึ้นมาทาฝั่งขวาก่อนปาดเข้ากลางให้ ดาบิด ซิลบา   พลิกตัวยิงบอลเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างเฉียบขาด

เบิร์นลีย์ มีโอกาสได้ลุ้นบ้างจากลูกตั้งเตะ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ตรงกรอบ ทั้งที่กองหลังเข้าบ้าน  มีจังหวะผิดพลาดให้เห็นหลายครั้งในเกมนี้

GOAL!! นาทีที่ 34 แมนฯซิตี้ ก็มาได้ประตูที่สองเมื่อ นาสรี อาศีัยความสามารถเฉพาะตัวเลี้ยงวนอยู่หน้ากรอบเขตโทษก่อนไหลคืนให้ แฟร์นันดินโญ ได้ยิงเต็มข้อจากหน้ากรอบเขตโทษ   บอลพุ่งไซด์โค้งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่าสวยงาม สกอร์ไหลเป็น 2-0

นาทีที่ 36 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูที่สามเมื่อ โคลารอฟ เติมเกมขึ้นมาทางริมเส้นด้านซ้ายก่อนเปิดบอลไปหน้าประตูให้ นาบาส   ได้สับไกยิงเต็มข้อแต่บอลไปตรงตัว ฮีตัน รับเข้าซองไม่พลาด

หลังจากนั้น แมนฯซิตี้ ก็เป็นฝ่ายพับสนามบุกอยู่ข้างเดียวแต่ยังทำประตูเพิ่มไม่ได้ จบครึ่งแรก สกอร์อยู่ที่ 2-0

GOAL!! เริ่มครึ่งหลังมาเพียงนาทีเดียว เบิร์นลีย์ ก็มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะชาร์ทเผาขนของ จอร์จ บอยด์ ซึ่งดูจากภาพช้าเป็นจังหวะล้ำหน้าอย่างชัดเจน แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินไม่ยกธง ทีมเยือนไล่มาเป็น 2-1

หลังจากได้ประตูตีตื้น เบิร์นลีย์ ก็เหมือนได้ใจทำเกมบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นอย่างหนัก   แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่เฉียบคมมากพอ

นาทีที่ 56 แมนฯซิตี้ เกือบได้ประตูที่สามเมื่อ นาสรี ได้จังหวะยิงจ่อๆในเขตโทษ แต่ผู้รักษาประตู ทอม ฮีตัน เซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

ผ่านมาถึงนาทีที่ 70 รูปเกมของทั้งสองทีมดูเนือยๆลงไป ต่างฝ่ายต่างมีความผิดพลาดให้เห็นแต่ยังไม่มีฝ่ายใด  ทำประตูเพิ่มได้

GOAL!! นาทีที่ 81 แฟนเจ้าถิ่นก็ต้องเงียบกริบเมื่อ เบิร์นลีย์ มาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะที่ แอชลีย์ บาร์นส์ ได้ขึ้นโหม่งในเขตโทษบอลไปโดนตัวเพื่อนร่วมทีมและกระเด้งมาเข้าทาง บาร์นส์ อีกครั้ง   ก่อนซัดเต็มข้อผ่านมือ โจ ฮาร์ท เข้าไปชนิดตาข่ายแทบขาด สกอร์กลับมาเท่ากัน 2-2

หลังจากเสียประตูเจ้าบ้านก็พยายามเปิดเกมรุกเขาใส่อย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2 – 2 เบิร์นลีย์

11 แข้งดัง ส่อย้ายร่วมก๊วน 5 บิ๊กพรีเมียร์ลีก

11 แข้งดัง ส่อย้าย

 

1) ปีเตอร์ เช็ก, ผู้รักษาประตู (เชลซี สู่ ลิเวอร์พูล หรือ อาร์เซน่อล)
มือกาววัย 32 ปี ต้องตกเป็นตัวสำรองของ ติโบต์ กูร์กตัวส์ จอมหนึบดาวรุ่ง ในซีซั่นนี้ หลังจากทำหน้าที่มือ 1 มาตลอด นับตั้งแต่ย้ายมาซบ เชลซี เมื่อปี 2004 ด้วยศักยภาพฝีมือการเซฟที่ยังคงอยู่ในระดับโลก เช็ก จึงหวังมองหาต้นสังกัดใหม่ เพื่อโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ โดยก่อนหน้านี้ โรม่า ตกเป็นข่าวให้ความสนใจเจ้าตัวอย่างจริงจัง ขณะที่ล่าสุด วิคเตอร์ โคลาร์ เอเยนต์ของนายทวารทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก เปิดเผยว่า นักเตะในความดูแลของตนจะไม่ปิดโอกาสในการย้ายไปเฝ้าเสาให้กับ อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ในอนาคต

2) ดานี่ อัลเวส, แบ็กขวา (บาร์เซโลน่า สู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
แม้อายุล่วงเลยเข้าสู่วัยย่าง 31 ปีแล้ว แต่ อัลเวส ยังถูกยกให้เป็นฟูลแบ็กอันดับต้นๆ ในเกมลูกหนังยุคปัจจุบัน ก่อนหน้านี้ข่าวลือย้ายทีมถูกกระพือหนัก หลังเจ้าตัวสุดเซ็งกับปัญหาเหยียดเชื้อชาติในแดนกระทิง และมีข่าวเป็นระยะว่า กองหลังชาวแซมบ้าอาจตัดสินใจย้ายมารับเงินค่าเหนื่อยก้อนโตในลีกสูงสุดแดนผู้ดี

ด้าน “ปีศาจแดง” มีปัญหาผู้เล่นแนวรับนัดกันเดี้ยงหลายราย จนต้องถอย อันโตนิโอ วาเลนเซีย มารับบทวิงแบ็กจำเป็นในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้เช่นกันว่า บาร์ซ่า อาจเสนอสัญญาใหม่ให้กับอดีตแข้ง เซบีย่า หากพวกเขาอุทธรณ์โทษแบนห้ามซื้อ-ขายนักเตะไม่ผ่านในบั้นปลาย

3) ฟาบิโอ โกเอนเตรา, แบ็กซ้าย (เรอัล มาดริด สู่ ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
กองหลังทีมชาติโปรตุเกส ตกเป็นตัวสำรองอดทนกับ “ราชันชุดขาว” มาตลอดในช่วงหลัง โดย คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาลี ส่อท่าชอบใช้งาน มาร์เซโล่ มากกว่า โดยก่อนหน้านี้ โ  กเอนเตรา เกือบย้ายซบ “ปีศาจแดง” ด้วยสัญญายืมตัว เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว แต่การเจรจาต้องล้มเหลวในช่วงวินาทีสุดท้าย

ขณะที่ล่าสุด ลิเวอร์พูล ถูกมองว่า มีโอกาสสูงที่จะได้ตัวดาวเตะวัย 26 ปี มาเสริมแนวรับ แม้ “หงส์แดง” เพิ่งซิวตัว อัลเบร์โต้ โมเรโน่ มาร่วมทัพก่อนเริ่มต้นซีซั่นนี้ แต่ทว่าแบ็กซ้ายดาวรุ่งชาวสเปนอายุยังน้อย และยังไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในถิ่น แอนฟิลด์ ได้แต่อย่างใด

4) มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์, เซนเตอร์แบ็ก (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สู่ อาร์เซน่อล หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
ด้วยผลงานบู่แบบกู่ไม่กลับของ ดอร์ทมุนด์ ในซีซั่นนี้ อาจถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับปราการหลังทีมชาติเยอรมัน ชุดแชมป์โลก 2014 ในการมองหาความท้าทายกับต้นสังกัดใหม่ ฮุมเมิ่ลส์ ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับหลายสโมสรชั้นนำของยุโรปตั้งแต่ซัมเมอร์ก่อน แต่ท้ายที่สุดเจ้าตัวตัดสินใจที่จะปักหลักกับ “เสือเหลือง” ต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลังจบเกมลีกนัดล่าสุด ที่บุกแพ้ แวร์เดอร์ เบรเมน 1-2 เจ้าตัวถึงกับออกอาการเซ็ง และออกปากบ่นฟอร์มการเล่นของทีม ขณะที่ล่าสุด สื่อแดนผู้ดีตีข่าวว่า อาร์เซน่อล และ แมนฯ ยูไนเต็ดพร้อมเทงบก้อนโต หวังให้ “เสือเหลือง” ยอมใจอ่อน ปล่อยตัว ฮุมเมิ่ลส์ ในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวนี้

5) เคราร์ด ปิเก้, เซนเตอร์แบ็ก (บาร์เซโลน่า สู่ เชลซี)
กองหลังทีมชาติสเปน มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือคนใหม่ ในถิ่น คัมป์ นู และอาจตัดสินใจหวนกลับไปโม่แข้งในลีกสูงสุดแดนผู้ดีอีกครั้ง หลังเคยลงประจำการแนวรับให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงระหว่างปี 2004-2008 ขณะที่ โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ เชลซี พร้อมยื่นข้อเสนอดึงตัวดาวเตะวัย 27 ปีมาเสริมทัพ เพื่อแทนที่ จอห์น เทอร์รี่ ปราการหลังกัปตันทีม ที่เริ่มโรยรา และเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายในอาชีพค้าแข้งแล้ว

6) เควิน สตรอทมัน, มิดฟิลด์ (โรม่า สู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
ข่าวการย้ายมาร่วมงานกับ หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ สตรอทมัน ที่มีต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน อาจได้บทสรุปในช่วงเปิดตลาดนักเตะหน้าหนาวนี้ หลัง โรม่า กระเด็นตกรอบศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก เรียบร้อยแล้วโดยล่าสุด มัตเตโอ มาเตรัซซี่ เอเยนต์คนดังของวงการลูกหนังอิตาลี เปิดเผยว่า “เร้ด เดวิลส์” จะจ่ายเงินจำนวน 32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,760 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัวกองกลางวัย 24 ปี ไปเสริมทัพ ในเดือนมกราคมนี้

7) ซามี่ เคดิร่า, มิดฟิลด์ (เรอัล มาดริด สู่ อาร์เซน่อล หรือ เชลซี)
ห้องเครื่องทีมชาติเยอรมัน ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ อาร์เซน่อล อย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ โดยสื่อบางสำนักตีข่าวว่า เคดิร่า บรรลุเงื่อนไขส่วนตัว และเตรียมหอบผ้าหอบผ่อนย้ายไปอยู่กับ “ปืนใหญ่” ในเดือนมกราคมนี้ ขณะที่ เชลซี พร้อมเกทับด้วยการยื่นข้อเสนอก้อนโตให้ “ราชันชุดขาว” พิจารณา รวมทั้งประเคนค่าเหนื่อยมหาศาล หวังเห็นกองกลางทีมชาติเยอรมัน ชุดแชมป์โลก 2014 ย้ายเข้าสู่ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในบั้นปลาย

8) อิสโก้, มิดฟิลด์ (เรอัล มาดริด สู่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้)
กองกลางทีมชาติสเปนส่อท่าหมดอนาคตกับต้นสังกัดก่อนหน้านี้ ก่อนยกระดับฝีเท้า จนก้าวขึ้นมากำลังหลักของทีมในช่วงหลัง อย่างไรก็ตาม ดาวเตะวัย 22 ปี ยังคงตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง และมีข่าวว่า “ราชันชุดขาว” พร้อมเลหลังมิดฟิลด์จอมเทคนิค ด้วยวงเงินจำนวน 64 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,328 ล้านบาท) โดยมี มานูเอล เปเยกรินี่ กุนซือ แมนฯ ซิตี้ พร้อมกระชากตัวมาเสริมทัพ เนื่องจากรู้ถึงศักยภาพฝีเท้าของ อิสโก้ เป็นอย่างดี สมัยร่วมงานกันในทัพ มาลาก้า

9) มาร์โค รอยส์, ปีกซ้าย (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สู่ อาร์เซน่อล หรือ ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
สตาร์แนวรุกวัย 25 ปี แบะท่าชัดเจนว่า ต้องการย้ายออกจากทัพ “เสือเหลือง” หลังบอกปัดสัญญาใหม่ที่ต้นสังกัดยื่นให้พิจารณาเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้มีข่าวว่า เจ้าตัวสั่งเอเยนต์ให้รับฟังข้อเสนอที่ดีที่สุดจากสโมสรในพรีเมียร์ลีก เพื่อย้ายไประเบิดฝีเท้าต่อไปในอนาคต ขณะที่สื่อแดนเบียร์ตีข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด เดินหน้ายื่นข้อเสนอให้ ดอร์ทมุนด์ พิจารณาอย่างเป็นทางการแล้ว อย่างไรก็ตาม บรรดาสโมสรดังในลีกสูงสุดแดนผู้ดี ส่อท่าต้องขับเคี่ยวแย่งชิง รอยส์ กับ 3 ยอดทีมอย่าง เรอัล มาดริด, บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น มิวนิค ด้วย

10) แกเร็ธ เบล, ปีกขวา (เรอัล มาดริด สู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
ปีกพ่อมดชาวเวลส์ อาจตัดสินใจย้ายออกจากถิ่น ซานติอาโก เบร์นาเบว แม้ระเบิดฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่ย้ายมาจาก สเปอร์ส ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยล่าสุดเพิ่งทำหนึ่งประตู ในนัดชิงชนะเลิศ ช่วยทีมคว้าแชมป์สโมสรโลก (ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ) มาครองสำเร็จ อย่างไรก็ตาม จากรายงานล่าสุด “ปีศาจแดง” พร้อมที่จะยื่นข้อเสนอเป็นสถิติโลกใหม่สูงถึง 120 ล้านปอนด์(ประมาณ 6,240 ล้านบาท) อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดทีมของสเปนยอมใจอ่อน เลหลังแข้งวัย 25 ปี ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า เบล เริ่มไม่มีความสุขกับชีวิตในสเปนแล้ว

11) คาริม เบนเซม่า, กองหน้า (เรอัล มาดริด สู่ อาร์เซน่อล)
อีกหนึ่งนักเตะที่มีข่าวว่า “ราชันชุดขาว” อาจพิจารณาปล่อยตัว เพื่อแลกกับเงินก้อนโต โดย ดิ เอ็กซ์เพรส สื่อดังของประเทศอังกฤษ ตีข่าวว่า ยอดทีมของสเปนพร้อมเลหลัง เบนเซม่า หากได้รับข้อเสนออยู่ที่ราว 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) โดย อาร์เซน่อล เผยความสนใจอย่างจริงจัง เนื่องจาก อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส มองว่า ดาวยิงร่วมชาติมีสไตล์การเล่นที่เข้ากับระบบของทีมอย่างไร้รอยต่อ ขณะที่ ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวพร้อมทุ่มเงินก้อนโตระดับ 50 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,750 ล้านบาท) เพื่อดึงอดีตหัวหอก โอลิมปิก ลียง มาประจำการแดนหน้า หลังประสบปัญหาเรื่องการทำประตูคู่แข่งอย่างหนักในฤดูกาลนี้

ทุกชาติยอมรับ! อาเซียนโหวตชัปปุยส์คว้า Goal’s Best Player of AFF Cup 2014

ทุกชาติยอมรับ!

 

จากการโหวตโดยแฟนบอลทั่วอาเซียน บวกการพิจาณาจากทีมงาน โกล อาเซียน นี่คือนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุด ในสายตาชาวโกลตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์

ชาริล ชัปปุยส์ กองกลางลูกครึ่ง ไทย – สวิส จาก สุพรรณบุรี เอฟซี เฉือน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ดาวเตะเพื่อนร่วมทีมชาติไทย คว้ารางวัล Goal’s Best Player of AFF Cup 2014 ไปได้แบบเฉียดฉิว จากการโหวตของแฟนบอลทั่งอาเซียน และจากการตัดสินโดยทีมงานโกล

มิดฟิลด์วัย 22 ปี เป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของขุนพลช้างศึกในการคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในรอบ 12 ปี และมีส่วนในการช่วยทำประตูสำคัญๆ มากมายตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ รวมถึงประตูตีไข่แตกในเกมรอบชิงชนะเลิศ นัดที่สองที่ บูกิต จาลิล ด้วย

ขณะเดียวกัน “เมสซีเจ” แข้งจอมเลื้อยจากบีอีซี เทโร ศาสน ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการขับเคลื่อนเกมรุกของไทยอย่างสร้างสรรค์   และปั่นป่วนเกมรับของฝั่งตรงข้ามด้วยเทคนิคที่ยอดเยี่ยม จนเกิดการถกเถียงกันพอสมควรว่าใครเหมาะสมจะได้รับรางวัลนี้ไปครอง

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาประกอบกันไม่ว่าจะเป็นสถิติโดยรวมของชัปปุยส์ที่ยังเหนือกว่าชนาธิป รวมไปถึงความสำคัญของแต่ละประตูที่ชัปปุยส์ทำได้ ส่งผลให้คณะกรรมการจะเห็นด้วย  ตามเสียงโหวตของแฟนบอลให้ชัปปุยส์คว้ารางวัลดังกล่าวไปในที่สุด

“อย่างที่เห็นในโพลจากคนอ่านของเรา ชาริลและชนาธิปถือว่ามีคะแนนใกล้เคียงกันมาก ทั้งสองคนได้รับความสนใจมากมายในหมู่แฟนบอลอินโดนีเซีย ทั้งคู่โดดเด่นมากในทัวร์นาเมนต์นี้” อกุง ฮาร์สยา บรรณาธิการบริหาร โกล อินโดนีเซีย หนึ่งในคณะกรรมการให้ความเห็น

“ชาริลเล่นได้ดีมากๆ ในรอบแบ่งกลุ่ม ขณะที่ชนาธิปมาหาฟอร์มเก่งของตัวเองเจอในรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ชาริลได้รับความนิยมเหมือนเป็น “เบ็คแฮมเมืองไทย”   ขณะที่ทักษะของชนาธิปเองก็ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนบอลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ในความเห็นของผม ผมโหวตให้ชาริล ชนาธิปอาจจะมีบทบาทสำคัญมาก แต่ชาริลคือคนที่หักอกแฟนบอลมาเลเซียด้วยการทำประตูเบิกร่องในเกมทั้งสองนัดของรอบชิง และทั้งสองประตูคือประตูตัดสินว่าไทยคือผู้คว้าแชมป์รายการนี้ไปครอง”

ทั้งนี้ ซาฟิค รอฮีม มิดฟิลด์มาเลเซีย ผู้เป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์และเป็นกำลังสำคัญในการช่วยทีมเสือเหลืองคว้าอันดับสองมาครอง   ได้คะแนนโหวตมาเป็นอันดับสาม

หลอน! ดอลลอฮ์โอด10นาทีสุดท้ายเหมือนฝันร้าย

หลอน!

 

กุนซือเสือเหลืองรับ 10นาทีสุดท้ายของซูซูกิคัพสำหรับเขาเหมือนเป็นฝันร้ายที่ต้องเห็นถ้วยหลุดมือ ชี้ตนเองมีเวลาในการเตรียมทีมน้อยเกินไป

ดอลลอฮ์ ซัลเลห์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติมาเลเซีย เผยว่าเขารู้สึกเหมือนฝันร้ายที่ต้องพลาดแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014  ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายทั้งที่มีโอกาสรั้งถ้วยเอาไว้ที่ บูกิต จาลิล แล้ว

เสือเหลืองเริ่มต้นแมตช์นี้ด้วยการเป็นรองช้างศึกถึง 2 ประตูแต่ลูกทีมของ ซัลเลห์ ก็มาได้ 3 ประตูรวดแต่สุดท้ายต้องมาพลาดเสีย 2 ประตู ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายส่งผลให้แพ้ไปด้วยสกอร์รวม 4-3

“อย่างแรกผมดีใจที่เราเล่นได้ดีในเกมนี้ เราพยายามทำได้ดี แต่โชคร้ายไทยสามารถเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้”  ซัลเลห์ กล่าว

เฮดโค้ชวัย 51 ปี เผยต่อว่า “เราก็ผิดพลาดกันเองในช่วงท้ายเกม จนเป็นเหตุให้เราพลาดแชมป์  เราน่าจะได้แชมป์ตอนเรานำห่างแต่นี่แหละคือฟุตบอล”

“กรรมการตัดสินได้ดีแล้วสำหรับเกมในวันนี้ เราไม่ได้พยายามตั้งรับหลังนำ 3-0 แต่ไทยทำได้ดีขึ้นและพวกเขาก็พยายามทำเกมบุกใส่เรา  ช่วงสิบนาทีสุดท้ายเป็นเหมือนฝันร้าย”

“ผมมีเวลาแค่เดือนเดียวก่อนทัวร์นาเมนท์ ทำให้ผมตัดสินใจเลือกนักเตะซีเนียร์ เพราะนี่คือรายการใหญ่เราต้องการเน้นไปที่ประสบการณ์”

สมาชิกสมาคมฟุตบอล

สมาชิกสมาคม

 

กระแสฟุตบอลไทยที่ฟีเวอร์สุดๆ ในเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ คราวนี้ ไม่ใช่เรื่องฟลุกแน่ๆครับ จากนี้ไปหากทีมชาติไทยยังเล่นได้ดีแบบนี้ แล้วคนไทยชอบฟุตบอลลีกมากขนาดนี้   พอถึงทีมชาติก็จะต้องมีคนอยากดูเยอะแบบนี้แหละครับ

ปัญหาใหญ่ๆ อยู่ที่บัตรเข้าชมการแข่งขันมีไม่พอ แฟนบอลแทบจะฆ่ากันตาย ระบบการขายตั๋วออนไลน์ผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ เป็นระบบที่ดีที่สุดแล้ว ไม่สร้างความวุ่นวายให้คนเข้าแถวแย่งกัน เผาห้องขายตั๋วจลาจลเหมือนในอดีต แต่ปัญหาที่ความจุของสนามไม่พอ คงไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ง่ายๆ

ในมาเลเซียมี บูกิต จาลิลที่จุ 1 แสนคน, ชาห์อาลัม 6 หมื่นคน, สปอร์ตฮับ สิงคโปร์ 5.5 หมื่น,เสนายัน อินโดนีเซีย ร่วมแสนมีของไทยนี่แหละครับ ราชมังคลากีฬา สถานจุได้ไม่ถึง 5 หมื่นคนดี   เราน้อยเกือบจะที่สุดในบรรดาอาเซียน ขณะที่กระแสฟุตบอลบ้านเราแรงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเหล่านี้

การจะสร้างสนามยักษ์ที่ใหญ่กว่านี้ก็คงจะใช้เวลาอีกหลายปีอาจจะเป็น 10 ปีขึ้นไป บางทีสร้างใหญ่มาแล้วก็ได้ไม่คุ้มเสีย คนเข้าชมเต็มความจุไม่กี่นัด

ทางออกมาในการตอบสนองความต้องการของแฟนบอลทีมชาติหากจะไปขึ้นราคาค่าบัตรก็ดูจะโหดร้ายไปหน่อย แต่พอบัตรราคาไม่สูงคนก็ต้องการมาก เลยเป็นที่มาของตั๋วผีให้คนซื้อเก็งกำไร

ส่วนหนึ่งของแฟนบอลที่อยากดูทีมชาติ มาจาก “กระแส” เป็นพวก “ขาจร” มากกว่าขาประจำผมอยากจะเสนอให้สมาคม

ฟุตบอลฯ ทำบัตรสมาชิกให้กับแฟนบอลทีมชาติไทยได้รับสิทธิพิเศษหากคุณเป็นขาประจำของทีมชาติเหมือนกับที่สโมสรต่างๆ เขาจะมีการขายตั๋วปีซื้อตั๋วปีแล้วได้สิทธิพิเศษมากมายทั้งราคาถูกลง มีเสื้อเป็นของแถม ได้สิทธิ์ในการจองก่อน

สมาคมฟุตบอลฯ ก็ต้องคิดใหม่ให้ทันธุรกิจฟุตบอลยุคนี้ได้แล้วอาจจะไม่ต้องถึงกับมีสิทธิพิเศษมากมายอะไร   แต่อย่างน้อยๆ แฟนบอลที่เป็นสมาชิกของสมาคมฟุตบอลฯก็สามารถซื้อตั๋วได้ก่อนใครในฐานะ “ลูกค้าประจำ” วิธีการแบบนี้นอกจากจะเป็น

การหาแฟนคลับเข้ามาสนับสนุนทีมชาติไทยอย่างมั่นคง ทีมไทยเล่นเมื่อไหร่มีผู้เล่นคนที่ 12 แน่   ไม่ว่าจะเป็นแมตช์เล็กหรือแมตช์ใหญ่แล้ว

ระบบการเป็นสมาชิกยังสามารถให้แฟนบอลกรอกประวัติ ชื่อ ที่อยู่ได้ วิธีนี้ป้องกันปัญหาเรื่องแฟนบอลฮูลิแกน   ที่เวลานี้กำลังจะเป็นปัญหาใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย

จากนี้ไปใครที่เข้าสนามแล้วจุดพลุ มีปัญหาอาละวาดก็สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นใครมาจากไหน   โดยระบบสมาชิกนี่แหละ เมื่อรู้แล้วก็มีวิธีจัดการไม่ว่าจะเป็นการแบนหรือจะเป็นการตัดสิทธิ์สมาชิกต่างๆ

การสร้างแฟนคลับของทีมชาติไทยด้วยระบบสมาชิกแบบนี้ แม้ว่าสมาคมฟุตบอลฯ จะไม่ใช่องค์กรที่แสวงหากำไรเหมือนสโมสร แต่ข้อดีอื่นๆ อย่างที่ผมบอกไปแล้วก็ยังสามารถสื่อสารข่าวต่างๆ ถึงแฟนบอลได้โดยตรง

บางเรื่องบางราวข่าวดี ข่าวร้าย ข่าวปล่อยต่างๆ สมาคมฟุตบอลฯ เป็นฝ่ายตั้งรับมานานแล้ว วันนี้ช่องทางการสื่อสารถึงตัวแฟนบอลมาถึงแล้ว รีบทำเถอะครับ

ปีหน้ามีรายการใหญ่ๆหลายรายการไม่ว่าจะเป็นฟุตบอลปรีโอลิมปิกรอบคัดเลือก หรือฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ซึ่งวันนี้ทีมชาติไทยทำผลงานได้ดีแล้วโครงสร้างการทำทีมของสมาคมฟุตบอลฯ ก็ทำได้ดีแล้ว มีรูปแบบที่ชัดเจน

เหลือแค่การจัดการอำนวยความสะดวก การสื่อสารประชาสัมพันธ์นี่แหละที่หากสมาคมฟุตบอลฯลงมือทำอย่างจริงๆจังๆ อีกไม่นานนอกจากผลงานทีมชาติไทยจะกลับมาดี   กระแสดีแล้วยังได้แฟนบอลอีกจำนวนมหาศาลที่จะเข้าหนุนหลังสมาคมฟุตบอลฯ

โบราณว่าไว้น้ำขึ้นให้รีบตัก วันนี้กระแสศรัทธากำลังมาครับ   จะทำอะไรต้องรีบ

ยักษ์เดนส์ เชื่อนอยเออร์ไม่มีทางปาดโด้คว้าบัลลงดอร์

ยักษ์เดนส์ เชื่อนอยเออร์

 

ตำนานนายทวารเลือดโคนม มั่นใจว่ามือกาวของบาเยิร์น มิวนิคไม่มีทางตัดหน้าปีกของเรอัล มาดริด  คว้ารางวัลนักเตะแห่งปีของฟีฟ่าได้

ปีเตอร์ ชไมเคิล ตำนานผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจว่ามานูเอล นอยเออร์ นายทวารของบาเยิร์น มิวนิค  ไม่มีแย่งรางวัลบัลลงดอร์ในปีนี้มาจากคริสเตียโน โรนัลโด้ปีกของเรอัล มาดริด

ทั้งสองคนต่างถูกยกให้เป็นตัวเต็งในการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่ามาครองหลังถูกเสนอชื่อเข้าชิงร่วมกับลิโอเนล เมสซี ของบาร์เซโลนาอีกคน

“มันเป็นเรื่องดีนะที่หนึ่งในสามผู้ลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ปีนี้มีผู้รักษาประตู แต่ผมคิดว่านอยเออร์ไม่สามารถคว้ารางวัลนี้มาครองได้ ผมคิดว่าโรนัลโด้ดีพอที่จะคว้ามัน  และผมคิดว่าเขาจะคว้าบัลลงดอร์มาครองได้” ยักษ์เดนส์ บอก โกล

“มันนานมากเลยนะกว่าที่ผู้รักษาประตูจะมีชื่อเข้ามาร่วมลุ้นในสามคนสุดท้าย ผมคิดว่ามีโกลหลายคนที่โชว์ฟอร์มได้ดีในปีที่ผ่านมา  แต่ฟอร์มของนอยเออร์ในฟุตบอลโลกมันโดดเด่นจริงๆ”

“ปีที่ผ่านมาเขาได้ทำงานกับอาร์เยน ร็อบเบนในบอลยุโรป นายทวารถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก เด็กต้องการเป็นโกลมากขึ้น  และในอนาคตคุณอาจจะได้เห็นผู้รักษาประตูคว้ารางวัลใหญ่ๆ มาครอง”

“นอยเออร์คือผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก แต่ก็มีบางคนที่ชอบธิโบต์ กูร์ตัวส์ที่ทำได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน ตอนนี้มีนายทวารดาวรุ่งมากมาย ผมคิดว่ามีผู้รักษาประตูมากมายที่ทำได้ดีในฟุตบอลโลก”

จบปัญหา! ราชาสตั๊ดเหินหาวชี้โด้ควรคว้าบัลลงดอร์ร่วมเมสซี

จบปัญหา!

 
ตำนานกองหน้าของปีศาจแดง เชื่อว่าเพื่อเป็นการจบปัญหาทุกอย่างเขาเชื่อว่าสองซูเปอร์สตาร์จากลาลีกา สมควรคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่าไปครองร่วมกันในปีนี้

เดนนิส ลอว์ ตำนานกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แนะนำว่าคริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกของเรอัล มาดริด สมควรแชร์รางวัลบัลลงดอร์กับลิโอเนล เมสซีดาวยิงของบาร์เซโลนา

สองซูเปอร์สตาร์ของศึกลาลีกาต่างถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่า ร่วมกับมานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูของบาเยิร์น มิวนิค   ซึ่งรางวัลดังกล่าวจะมีการประกาศในวันที่ 12 มกราคมนี้

“ทั้งโรนัลโด้และเมสซีต่างเป็นนักเตะที่ดีที่สุดที่เราเคยเห็น ผมไม่อิจฉาคนที่ได้โหวตและต้องแยกลงคะแนนให้เขา มันเป็นเรื่องที่แตกต่างกับยุคของผม เราไม่มีนักเตะสองคนที่ทำผลงานได้ดี   และมันคงดีที่ใครสักคนจะคว้ารางวัลมาครอง” ลอว์ บอกผ่านเว็บไซต์ของฟีฟ่า

“นอยเออร์เป็นผู้รักษาประตูที่ดี และเป็นแชมป์โลก แต่เขาไม่เหมือนโรนัลโด้และเมสซีที่เป็นสุดยอดนักเตะ มันคงดีนะหากทั้งคู่คว้ารางวัลร่วมกัน เพราะมันยากที่จะเลือกเมสซีหรือโรนัลโด้ในปีนี้ พวกเขาต่างสุดยอดและเป็นผู้เล่นที่ทำให้คนดูทุกคนตื่นเต้นทั้งการเล่นในการทำประตู”

“เมื่อคุณคิดว่าเมสซีตัวเล็ก แต่เขาก็สามารถเข้าปะทะกับนักเตะคนอื่นได้ทุกเกม ผมชื่นชมเขาอย่างเต็มเปี่ยมแต่โรนัลโด้ก็โดดเด่นเหลือเกินและมีร่างกายที่แข็งแกร่ง  อย่างไรก็ตามพวกเขาก็สมควรได้รับมัน แต่หากใครคนหนึ่งพลาดไปมันคงโชคร้ายมาก”

หงส์สะดุ้ง! ราฮีมไม่ปลื้มค่าเหนื่อยบอกปัดสัญญาใหม่

หงส์สะดุ้ง!

เดอะค็อปมีเครียด! สื่อแดนผู้ดีรายงานว่าปีกทีมชาติอังกฤษปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่  จากหงส์แดงเหตุไม่ปลื้มตัวเลขค่าเหนื่อย

ราฮีม สเตอร์ลิง แนวรุกความหวังสูงสุดของลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวบอกปัดสัญญาฉบับใหม่จากต้นสังกัด เนื่องจากไม่พอใจตัวเลขค่าเหนื่อย 70,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ที่ได้รับ ตามรายงานจาก Daily Telegraph

ปีกทีมชาติอังกฤษก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของหงส์แดงตั้งแต่ฤดูดาลก่อน หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นจนได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรดังทั่วยุโรป  โดยเฉพาะ เรอัล มาดริด กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ดังนั้นเร้ดแมทชีนจึงจัดการร่อนข้อเสนอฉบับใหม่ให้กับแข้งวัย 20 กะรัต พิจารณาทันที พร้อมอัพค่าเหนื่อยจากที่รับอยู่ 30,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เป็น 70,000 ต่อสัปดาห์  แม้ว่าแข้งรายนี้จะเหลือสัญญากับทีมอีกราว 2 ปีกว่าก็ตาม

อย่างไรก็ดี แนวรุกทีมสิงโตคำรามกลับปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้วเพราะต้องการค่าเหนื่อย ที่มากกว่านั้นนั่นเอง

แต่ล่าสุดสื่อฉบับนี้อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า ลิเวอร์พูลกับสเตอร์ลิงใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกันได้แล้ว  หลังต้นสังกัดปรับปรุงรายละเอียดในสัญญาใหม่ยื่นให้นักเตะพิจารณาอีกครั้ง

ทั้งนี้ ข่าวดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทำให้ เรอัล มาดริด ยอดทีม ลาลีกา สเปน หูผึ่งและตื่นตัวขึ้นมา หลังพวกเขาเคยตกเป็นข่าวกับ มิดฟิลด์ดาวโรจน์แดนผู้ดี มาหลายครั้ง

อเล็กซ์ โกเมซ พกวิชาลามาเซียสร้างราชันมังกร

อเล็กซ์ โกเมซ

 

ราชันมังกรราชบุรี มิตรผล เอฟซีแม้ว่าผลงานในศึก โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีกซีซั่นที่ผ่านมาจะถือว่าดีเยี่ยม จบอันดับ 4 ได้อย่างหักปากกาเซียน แต่วิถีของฟุตบอลลีกอาชีพ   ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ

ตลอด 2 ซีซั่นที่เลื่อนชั้นมาบู๊ในลีกสูงสุดเมืองไทย ราชบุรี มิตรผล เอฟซี   เลือกใช้กุนซือชาวสเปนเข้ากุมบังเหียนอย่างต่อเนื่อง

ปี 2013 เลือกใช้งาน อีบัน ปาลังโก้กุนซือคนหนุ่มแห่งแดนกระทิงดุซึ่งจบอันดับ 15ของตาราง มาซีซั่นที่แล้วเป็นคิวของ ริคาร์โด้โรดริเกซ เฮดโค้ชมากฝีมือที่พาทีม ราชบุรี มิตรผลจบอันดับ 4 ได้อย่างสุดเซอร์ไพรส์

แต่แนวทางของสโมสรที่วางไว้ว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดมาสู่แฟนคลับชาวราชันมังกร สุดท้ายกุนซือต่างชาติรายที่ 3ของทีม ราชบุรี มิตรผล ก็ถูกแต่งตั้งขึ้น นั่นคือ…อเล็กซ์ โกเมซ เฮดโค้ชชาวสเปนที่เข้ามารับไม้ผลัดต่อจาก ริคาร์โด้ โรดริเกซ

ยังไม่มีใครรู้จัก อเล็กซ์ โกเมซ ดีพอ…แต่ดีกรีของกุนซือยุโรปรายนี้ถือว่าไม่ธรรมดา  บางทีอาจจะดีกว่าโค้ชต่างชาติที่กำลังทำงานอยู่ในไทยลีกซะอีก

อเล็กซ์ โกเมซ หรือชื่อเต็มว่า อเล็กซ์โกเมซ โกเมส ปัจจุบันอายุ 42 ปี ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกุนซือแห่งแคมป์ลูกหนัง ลา มาเซีย หรือทีมอะคาเดมี่ของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ยอดทีมดังแห่งแดนกระทิงดุที่ผลิตแข้งดังอย่าง ลิโอเนลเมสซี่ ขึ้นมาประดับวงการลูกหนังโลกในขณะนี้

กุนซือคนใหม่แห่งราชันมังกร ถือเป็นชาวกาตาลุนย่าโดยสายเลือด และมีความรู้ความชำนาญ  ในการสร้างทีมฟุตบอลให้แข็งแกร่งในสไตล์ฟุตบอลสเปนมากที่สุดคนหนึ่ง

ปี 2007-2013 เขาได้เรียนรู้วิธีการจัดการทีมเยาวชนของแคมป์ฟุตบอล ลา มาเซียก่อนที่ปี 2013 จะถูกสโมสร คิตฉี เจ้าบุญทุ่มแห่งเกาะฮ่องกงดึงตัวเข้ามาเป็นเฮดโค้ช

อเล็กซ์ โกเมซ คุมคิตฉี 9 เกมตลอดช่วงที่เข้ารับงาน โดยพาทีมชนะ 5 นัด, เสมอ1 นัด   และแพ้เพียงแค่ 3 นัด ก่อนที่จะไม่ได้รับการต่อสัญญานับจากวันที่ 15 พ.ย. 2013

กระทั่งช่วงปลายปี 2014 อเล็กซ์ โกเมซ จะบรรลุข้อตกลงจรดปากกาเซ็นสัญญากับ ราชบุรีมิตรผล เอฟซี เพื่อทำหน้าที่เป็นเฮดโค้ชของทีมสู้ศึกซีซั่น 2015 อย่างเป็นทางการ โดยที่เจ้าตัวเผยผ่านล่ามถึงการได้มาเป็นนายใหญ่แห่งถิ่นราชันมังกรด้วยว่า

“ผมทราบดีว่าทางสโมสร ราชบุรีมิตรผล เอฟซี ใช้โค้ชสเปนมาตลอดปีครึ่ง ผมรู้สึกว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้ราชบุรี มีความพร้อมในการพัฒนาสู่ทีมชั้นนำหลังจากได้พูดคุยกับผู้จัดการทีม ธนวัชร์ นิติกาญจนาก็ได้ทราบดีว่า ปีนี้ ราชบุรี มิตรผล เล่นแบบไหนแนวทางไหน และผมควรทำงานอย่างไร”

รอดูกันว่า ราชบุรี มิตรผล ในสไตล์กระทิงดุโดยมีกุนซือใหญ่ชาวสเปนคุมบังเหียนตามสเต็ปเดิมที่วางไว้  ผลงานจะไฉไลขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ ต้องติดตาม!!!ผ่านประสบการณ์ในลา มาเซีย แคมป์สร้างเยาวชน

ได้ฤกษ์ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย

ได้ฤกษ์ยู-23

 

ตอนนี้ในแฟนบอลในเอเชียต่างก็เฝ้ารอการฟาดแข้งของศึกฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ ที่เตรียมจะเปิดศึกกันในเดือนหน้าแล้ว โดยทีมระดับแนวหน้าของทวีปต่างเข้ารอบกันมาพร้อมหน้าทั้งออสเตรเลีย ในฐานะเจ้าภาพ, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อิหร่าน และ อุซเบกิสถาน

ในบรรดา 16 ชาติที่เข้ามาร่วมการแข่งขันในปีหน้าเหลือเชื่อว่า อิหร่าน คือทีมที่มีอันดับโลกดีที่สุด โดยอยู่อันดับที่ 51  เหนือว่าทีม “ซามูไร บลูส์” ที่อยู่ในอันดับ 52, เกาหลีใต้ อันดับทรา 66 หรือกระทั่ง ทีม “จิงโจ้” ที่อยู่ไกลถึงอันดับ 94

แต่อันดับของฟีฟ่าไม่ได้เป็นตัววัดว่าทีมไหนเหนือกว่าในรอบสุดท้าย  ต้องมาวัดกันอีกทียามเจอกันมากกว่า

ลดลงมาอีกรุ่นนึง ฟุตบอลยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย ก็ได้ฤกษ์จับสลากแบ่งกลุ่มแข่งขันในรอบคัดเลือกันแล้ว  และพร้อมจะใส่กันเต็มสูบในช่วงวันที่ 23-31 มีนาคม ให้รู้กันเลยว่าใครจะเข้ารอบสุดท้าบยไปเล่นที่ กาตาร์

เป็นที่รู้กันว่าทวีปเอเชียนั้นกว้างใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้การแบ่งสายรอบคัดเลือกนั้นแบ่งออกเป็นตะวันออกและตะวันตกเพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง ไม่ต้องเสียเวลาจนเกินไป และมีการจับสลากแบ่งสายกันเรียบร้อย โดยเรียงลำดับแต่ละทีมมาเลยว่าใคครอยู่ในโถไหน

กลุ่มเอ : อิรัก, โอมาน, บาห์เรน, เลบานอน, มัลดีฟส์
กลุ่มบี : จอร์แดน, คูเวต, คีร์กีซสถาน, ปากีสถาน, เติร์กเมนิสถาน
กลุ่มซี : ซาอุดิอาระเบีย, อิหร่าน, เนปาล, ปาเลสไตน์, อัฟกานิสถาน
กลุ่มดี : สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์, เยเมน, ทาจิกิสถาน, ศรีลังกา
กลุ่มอี : ซีเรีย, อุซเบกิสถาน, อินเดีย, บังกลาเทศ
กลุ่มเอฟ : ออสเตรเลีย, เมียนมาร์, ไต้หวัน, ฮ่องกง
กลุ่มจี : เกาหลีเหนือ, ไทย , กัมพูชา, ฟิลิปปินส์
กลุ่มเอช : เกาหลีใต้, อินโดนีเซีย, ติมอร์-เลสเต้, บรูไน
กลุ่มไอ : ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เวียดนาม, มาเก๊า
กลุ่มเจ : จีน, ลาว, สิงคโปร์, มองโกเลีย

ผลการแบ่งสายที่ออกมาก็พอจะมองเห็นได้ลางๆว่าใครจะผ่านเข้ารอบสุดท้าย โดยทั้ง 10 กลุ่มจะเอาแชมป์กลุ่มเข้ารอบทันที 10 ทีม และคัดทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดอีก 5 ทีม  บวกกับเจ้าภาพ 1 ทีมรวมกันเป็น 16 ทีมเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายกันในช่วงต้นปี 2016

ในกลุ่มเอแน่นอนว่าจะเป็นการแย่งกันเข้ารอบของ อิรัก “แชมป์เก่า” กับ โอมาน ส่วนอีกสามทีมคงเป็นได้แต่ไม้ประดับประจำกลุ่มเท่านั้น  เช่นเดียวกับกลุ่มบีที่ จอร์แดน กับ คูเวต ยังเหนือกว่าเพื่อนร่วมสายทีมอื่นๆอยู่มากที่เดียว

กลุ่มซีแม้ว่า ซาอุดิอาระเบีย ในฐานะรองแชมป์เก่า จะถูกยกให้อยู่ในโถ 1 แต่ว่าไม่แน่ว่าอาจจะมีการพลิกผันในเรื่องของแชมป์กลุ่มที่ อิหร่าน ประสบการณ์ถือว่าไม่อ่อนด้อยกว่า  โดยเฉาพะอันดับโลกที่เหนือกว่าถึง 46 ขั้น ในขณะที่กลุ่มดี สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ หรือ ยูเออี ดูท่าจะนอนมาในการเข้าป้ายคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง เช่นเดียวกับกลุ่มเอฟที่ ออสเตรเลีย ที่แกร่งว่าทั้งศักยภาพและได้เปรียบเรื่องรูปร่างด้วย

ขณะที่ในกลุ่มจี เกาหลีเหนือ อาจจะดูเหนือกว่าเพื่อนร่วมสาย แต่ว่า ไทย ช่วงหลังยกระดับการเล่นขึ้นมาในทุกชุด อย่างน้อยอันดับ 2 คงไม่หนีไปไหน วัดกันอีกทีว่าจะติด 1 ใน 5 ทีมที่ดีที่สุดหรือไม่  เพราะอีกสองทีมอย่าง กัมพูชา และ ฟิลิปปินส์ ยังเป็นรองอยู่

ส่วนอีกวามกลุ่มที่ง เอช, ไอ และ เจ คงไม่ลำบากยากเย็นที่ทีมอย่าง เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และ จีน จะผ่านไปได้

นอกจากการแข่งขันรายการนี้จะได้เป็นแชมป์ระดับทวีปแล้ว มันยังรวมถึงการแย่งสทิธิ์เข้าไปเล่นในฟุตบอลโอลิมปิก 2016 ที่ระเทศบราซิลด้วย  และจะมีเพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่จะคว้าโอกาสนี้ก็คือทีมแชมป์และรองแชมป์เท่านั้น

ในตลอดการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิกที่ผ่านมายังไม่เคยมีทีมจากเอเชียชาติไหนที่ก้างวไปคว้าแชมป์ได้เลย ดีที่สุดก็แค่อันดับ 3 ใกล้สุดก็เมื่อปี 2012 ที่ เกาหลีใต้ แพ้ บราซิล ในรอบตัดเชือกเช่นเดียวกับ  ญี่ปุ่น ที่แพ้ เม็กซิโก ทำให้มาชิงเหรียญทองแดงกันเองก่อนเป็นทีม “โสมขาว” เอาชนะไปได้ โดยก่อนหน้านี้ย้อนไปเมื่อปี 1968 ทีมจากแดนอาทิตย์อุทัย ก็เคยคว้าอันดับ 3 มาครอง

ทุกทีมที่เข้าไปเล่นในโอลิมปิกรอบสุดท้ายต่างก็ต้องการคว้าเหรียญทองมาครองให้ได้ตอนนี้มีขั้นบันไดให้ก้าวกันไปทีละนิดกว่าจะถึงจุดสูงสุดและแชมป์ยู-23 นี่เองคือบันไกก้าวแรกของทีมในเอเชีย